กิจกรรมที่ 7: ฝึกปฏิบัติการ
ออกแบบหลักสูตร และการสอน ตามประเด็นต่อไปนี้
1. ศึกษาแนวคิดการจัดหลักสูตร รูปแบบต่างๆ
แนวคิดการจัดหลักสูตร
เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการออกแบบหลักสูตร มีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1) การบริหารหลักสูตรและการนิเทศ และ 2)
การจัดระบบหลักสูตรที่แสดงโครงสร้างและการจัดลำดับเนื้อหาสาระในการเรียนการสอนตามหลักสูตร
ประเด็นสำคัญทั้งสองประการนี้เป็นแนงทางดังที่ แกลทธอน (Glatthorn,
2009) นำเสนอความสำคัญขององค์ปรกอบของการจัดระบบหลักสูตรหรือการจัดหลักสูตรว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน
องค์ประกอบเหล่านี้ ประกอบด้วย 1) การนิเทศหลักสูตร (Supervising the
Curriculum) 2) การพัฒนาหลักสูตร และการนำหลักสูตรไปใช้ (Development and
Implement) 3) การจัดลำดับเนื้อหาหลักสูตร (Aligning
the Curriculum) 4) การประเมินหลักสูตร (Curriculum
Evaluation)
ออร์นสไตน์ และฮันกิน (Ornstein and Hunkins, 1993 :
233) อธิบายว่า การจัดระบบหลักสูตร(Curriculum
Organization) หมายถึง การจัดโครงสร้างของส่วนประกอบ
ของหลักสูตร 4 ส่วน หลัก คือ เป้าหมาย จุดหมาย
และวัตถุประสงค์ของหลักสูตร เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนการสอน และการประเมินผล
“คุณภาพ” ของผลลัพธ์การเรียนรู้
เป็นผลมาจากความพยายามเรียนรู้ของนักเรียนหลักสูตร และวิธีการจัดการเรียนรู้ที่ใช้
ตามแนวคิดของออร์นสไตน์ และฮันกิน (Ornstein and Hunkins, 1993 :
233) และ เฮนเสน (Hensen,
2001 : 199-201) กล่าวไว้ทำนองเดียวกันว่า การจัดระบบหลักสูตรที่ดีต้องมีหลักในการพัฒนา
6 ประการ คือ
1) การกำหนดขอบข่ายของหลักสูตร
ขอบข่ายของหลักสูตร (Scope) หมายถึง
การกำหนดเนื้อหา สาระการเรียนรู้ หัวข้อ ประเด็นสำคัญต่างๆ แนวคิด ค่านิยม หรือคุณธรรมที่สำคัญ
สำหรับผู้เรียนในรายวิชาต่างๆ ของหลักสูตร แต่ละระดับชั้น
การจัดหลักสูตรให้มีความต่อเนื่องในแนวนอน ที่เรียกว่า horizontal
organizationดังนี้
1) วุฒิภาวะ ประสบการณ์ และความสามารถของผู้เรียน
2) ความยากง่ายของธรรมชาติในสาขาวิชา หรือเนื้อหาวิชา
3) ความทันสมัย และความเป็นสากลของเนื้อหาวิชา
4) ความสมดุลระหว่างความกว้าง ความลึกของเนื้อหาวิชา
5) คุณค่าของเนื้อหา ที่ผู้เรียนจะนำไปใช้
2) การจัดลำดับการเรียนรู้
การจัดลำดับการเรียนรู้ (sequence) หมายถึง
การจัดลำดับก่อนหลังของเนื้อหา สาระการเรียนรู้ หัวข้อประเด็นที่สำคัญต่างๆ
ให้แก่ผู้เรียนได้เรียนรู้ไปตาม วัย วุฒิภาวะ และพัฒนาการทางสติปัญญา
การจัดลำดับการเรียนรู้ จึงเป็นมิติของการจัดหลักสูตร ให้มีความต่อเนื่องในแนวตั้ง
ที่เรียกว่าvertical organization การจัดลำดับการเรียนรู้
1) การจัดลำดับการเรียนรู้จากสิ่งที่ง่ายไปสู่สิ่งที่ยากและซับซ้อน
2) การจัดลำดับการเรียนรู้ จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวไปสู่สิ่งที่อยู่ไกลตัว
3) การจัดลำดับการเรียนรู้ จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมไปสู่สิ่งที่เป็นนามธรรม
4) การจัดลำดับการเรียนรู้ จากสิ่งที่เป็นส่วนรวมไปสู่ส่วนย่อย
หรือจากส่วนย่อยไปสู่ส่วนรวม
5) การจัดลำดับการเรียนรู้ ตามลำดับความจำเป็น ที่ต้องเรียนก่อน-หลัง
6) การจัดลำดับการเรียนรู้ ตามลำดับเหตุการณ์ หรือตามกาลเวลา
3) ความต่อเนื่อง
ความต่อเนื่องของหลักสูตร (continuity) หมายถึง
การจัดเนื้อหา ประสบการณ์ การเรียนรู้ ทักษะต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องตลอดหลักสูตร
หลักสูตรที่ดีนอกจากมีการจัดขอบข่าย และลำดับการเรียนรู้ที่ดีแล้ว
ยังต้องมีความต่อเนื่องของเนื้อหาที่เหมาะสมอีกด้วย
4) ความสอดคล้องเชื่อมโยง
การจัดหลักสูตรที่ดี ควรคำนึงถึง
ความสอดคล้องเชื่อมโยง (articulation) ให้มีความต่อเนื่องกันของเนื้อหา
ประสบการณ์การเรียนรู้ และทักษะที่อยู่ในระดับชั้นเดียวกัน ทั้งมิติในแนวตั้ง
และแนวนอน เช่น การจัดหลักสูตรสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้เนื้อหาภูมิศาสตร์ประเทศไทย
มีความสัมพันธ์สอดคล้องเชื่อมโยงกับเนื้อหาประวัติศาสตร์ไทย เป็นต้น ส่วนความเชื่อมโยงในแนวตั้ง
เช่น การจัดเนื้อหาเรื่องสิ่งมีชีวิต ในวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่องไปยังเนื้อหาของวิทยาศาสตร์
ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นต้น
5) การบูรณาการ
การบูรณาการ (integration) เป็นการจัดขอบข่ายเนื้อหา
และประสบการณ์การเรียนรู้ ในหลักสูตรให้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงในแนวนอน
จากหัวข้อหนึ่งไปยังอีกหัวข้อหนึ่ง ของรายวิชานั้น หรือจากรายวิชาหนึ่ง
ไปยังอีกรายวิชาหนึ่ง ที่มีความเกี่ยวข้องกัน
6) ความสมดุล
หลักสูตรที่ดี นอกจากจะต้องคำนึงถึง การจัดขอบข่ายเนื้อหา
และมีลำดับการเรียนรู้ที่ดีแล้ว ยังควรต้องพิจารณา ด้านความสมดุลของเนื้อหา (balance) ประสบการณ์การเรียนรู้ และทักษะของรายวิชาต่างๆ
ความสมดุลระหว่างเนื้อหาสาระ กับวุฒิภาวะของผู้เรียน
2. ศึกษาเปรียบเทียบขั้นตอนการสอน แบบวิจัยเป็นฐาน และการสอนตามแนวคอนสตรัค
เปรียบเทียบขั้นตอนการสอนแบบวิจัยเป็นฐาน และแบบคอนสตรัค
แบบวิจัยเป็นฐาน
|
แบบคอนสตรัค
|
ขั้นที่ 1 กำหนดจุดหมายและจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
|
ขั้นที่ 1 การทำความรู้ที่มีอยู่ให้กระจ่างแจ้ง
ผู้เรียนนั้นจะมีความคิดดั้งเดิม
จึงต้องชักชวนให้ผู้เรียนปรับเปลี่ยนมโนทัศน์และยอมรับความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้อง
กลยุทธ์สำหรับขั้นที่ 1
สัมภาษณ์ หรืออภิปรายกลุ่ม
แบ่งกลุ่มข้อมูล – เรียงลำดับข้อมูลตามลักษณะบางประการ
(เช่น มวล)
จำแนกข้อมูล – จัดกลุ่มวัตถุโดยใช้ลักษณะทางคุณภาพหรือปริมาณ
(สี รูปร่าง ขนาด)
แผนผังมโนทัศน์ – ระดมสมองที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อหลัก
เหตุการณ์ที่ขัดแย้ง – เหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุสมผล
|
ขั้นที่ 2 กำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละหน่วย
และ แต่ละบทเรียน
|
ขั้นที่ 2 การระบุ
การได้รับและการเข้าใจข้อมูลใหม่
การวางแผนแบบร่วมกัน :
การวางแผนเครื่องมือที่สร้างแรงจูงใจที่เข้มแข็ง
ผู้เรียนได้รับข้อมูลว่าจะต้องเรียนรู้อะไรจากหัวข้อบ้าง
อภิปรายเป็นกลุ่มเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องเรียนรู้ :
หาขอบข่ายสาระสำคัญในเรื่องที่เรียนรู้
กลยุทธ์สำหรับขั้นที่ 2
นักจัดการขั้นสูง – ข้อมูลใหม่เชื่อมโยงเข้ากับความรู้เก่าที่มีอยู่แล้วได้อย่างไร
การรู้คิด - ผู้เรียนกำกับติดตามการเรียนรู้ด้วยตนเอง
- ผู้เรียนเป็นผู้นำในการเรียนรู้ดัวยตนเอง
เทคนิควิทยาศาสตร์
- ใช้กิจกรรมเป็นฐานประกอบคำอธิบาย
-
ตัดสินใจด้วยตนเอง
-ปรัชญาส่วนบุคคล
การใช้ความคิดอุปมาอุปมัย
-ใช้แนวคิดที่คุ้นเคยนำแนวคิดอุปมาอุปมัยมาใช้
|
ขั้นที่ 3 พัฒนาแผนการสอน/แผนการจัดการเรียนรู้
- ออกแบบกลวิธีการสอน
- กำหนดคุณลักษณะเฉพาะเครื่องมือประเมิน
- การออกแบบ หรือเลือกเครื่องมือประเมิน
|
ขั้นที่ 3 การยืนยันความถูกต้องและการใช้ข้อมูลใหม่
ผู้เรียนได้รับข้อมูลเพื่อสร้างองค์ความรู้:
ความรู้ใหม่ที่สร้างขึ้น จากการมีสัมพันธ์ทางสังคม
ความรู้ถูกทำให้กระจ่างและยืนยันความถูกต้อง
เมื่อผู้เรียนนำความรู้ใหม่ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์
ความรู้ที่ได้รับจะถูกปรับแต่งตามข้อมูลย้อนกลับที่ได้รับ
กลยุทธ์สำหรับขั้นที่ 3
การเรียนรู้แบบร่วมมือ สร้างและออกแบบโมเดล
การทดลอง/ออกแบบและเทคโนโลยี:ใช้สืบเสาะหาความรู้เป็นฐานวิธีการแบบบูรณาการ:สร้างความเชื่อมโยงหัวข้อคำถามกับแนวคิดอื่น สาขาวิชา(แนวคิดหลัก): ประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงสอดคล้อง
|
ขั้นที่ 4 การเรียนการสอน/การเรียนรู้
1. วิเคราะห์จุดมุ่งหมายในการเรียนรู้
2. การวางแผนการเรียนรู้
3. การพัฒนาทักษะการเรียนรู้
4. การสรุป/การวิพากษ์ความรู้
5. การประเมินการเรียนรู้
|
|
ขั้นที่ 5 การประเมินการเรียนรู้
- ประเมินระหว่างสอน
- ประเมินหลังสอน
|
3. นำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สนใจ
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ ศาสนากับสังคม มัธยมศึกษาปีที่ 1
เรื่อง
หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ เวลา 1 ชั่วโมง
สาระ/สำคัญความคิดรวบยอด
การเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในแต่ละศาสนา
เพื่อให้รู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
อันนำมาสู่การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนรู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
2. นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆเหมาะสม/ไม่เหมาะสมกับหลักการปฏิบัติตนทางศาสนา
3. นักเรียนตระหนักได้ถึงความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
สาระการเรียนรู้
หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
ชิ้นงาน
ภาระงาน
: อภิปรายกลุ่ม
เรื่องความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
การวัดและประเมินผล
ประเด็นการประเมิน
|
วิธีการวัด
|
เครื่องมือที่ใช้วัด
|
เกณฑ์การประเมิน
|
1. นักเรียนรู้และเข้าใจหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
|
ทำแบบทดสอบ
|
แบบทดสอบ
|
นักเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆที่ถูกต้องและเหมาะสม
|
2. นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆเหมาะสม/ไม่เหมาะสมกับหลักการปฏิบัติตนทางศาสนา
|
กิจกรรม
|
สถานการณ์สมมติ
|
นักเรียนปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆเหมาะสม/ไม่เหมาะสมกับหลักการปฏิบัติตนทางศาสนา
|
3. นักเรียน
ตระหนักได้ถึงความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
|
สังเกตพฤติกรรม
|
แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
|
นักเรียนตระหนักได้ถึงความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
|
4. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านความมีวินัย
ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน
|
สังเกตพฤติกรรม
|
แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
|
นักเรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือ
มีระเบียบวินัยในตนเอง ทำงานส่งตรงเวลา มีความใฝ่เรียนรู้ในการเรียน
และมุ่งมั่นทำงานที่ได้รับมอบหมาย
|
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1. ครูทักทายนักเรียน
2. ครูนำเข้าสู่บทเรียนโดยการนำบัตรภาพ
เรื่อง ความแตกต่างของแต่ละศาสนา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละศาสนา
ขั้นสอน
1. ครูสอบถามผู้เรียนเกี่ยวกับหลักปฎิบัติตนในศาสนาต่างๆที่นักเรียนรู้
2. ให้นักเรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆที่นักเรียนต้องการรู้
3. ครูบรรยายเรื่องเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
โดยใช้ ป้ายนิเทศเรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ
5-6 คน
ครูถามคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามสถานการณ์ต่างๆว่าเหมาะสม/ไม่เหมาะสม อย่างไร
5. ถ้านักเรียนกลุ่มใดต้องการตอบคำถามในข้อนี้ให้ยกป้ายเลขกลุ่ม
หากตอบถูกจะได้รับคะแนน 1 คะแนน หากตอบผิด
จะหมดสิทธิ์ตอบในข้อนั้น
6. เมื่อครูถามคำถามหมดทุกคำถาม
ให้แต่ละกลุ่มรวมคะแนน กลุ่มใดได้คะแนนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ
และได้รับรางวัลจากครูผู้สอน
7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
8. ครูสรุปความจำเป็นในการเรียนรู้หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
9. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ
เรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
10.
ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจแบบทดสอบเรื่อง หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
ขั้นสรุป
11. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปหลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
12. ครูให้นักเรียนซักถามข้อสงสัย
13. ครูให้นักเรียนบอกแนวทางการนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
1. บัตรภาพ เรื่อง
ความแตกต่างของแต่ละศาสนา
2. ป้ายนิเทศเรื่อง
หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
3. แบบทดสอบเรื่อง
หลักการปฏิบัติตนในศาสนาต่างๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น